การคาดการณ์เทคโนโลยี (Technology Foresignt) กับการกำหนดยุทธศาสตร์

การคาดการณ์เทคโนโลยี (Technology Foresight) กับการกำหนดยุทธศาสตร์

โดย ดร.สุรชัย  สถิตคุณารัตน์
วันที่ 12 พฤษภาคม 2552
ณ ห้องฝึกอบรม ชั้น 6 สป.วท.
จัดโดย : ส่วนพัฒนายุทธศาสตร์  สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์

          การมองอนาคต (Foresight) คือ กระบวนการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน เช่น ด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี การเมือง ฯลฯ  ที่เป็นทั้งแรงผลักดันให้เกิดเหตุการณ์ อุปสรรคขัดขวางไม่ให้เกิด และความไม่แน่นอนที่อาจพลิกผันสถานการณ์ได้ โดยกระบวนการนี้เน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและความกล้าที่จะคิดนอกกรอบ  ทั้งนี้การมองอนาคตเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ไม่มีใครทำนายได้ และประเด็นซับซ้อนและไม่ชัดเจนทำให้ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว  นอกจากนี้ยังมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก และมักมีผลประโยชน์ขัดแย้งกัน  การมองอนาคตจึงช่วยให้เข้าใจถึงภาพเหตุการณ์ที่อาจจะเกิด สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาที่แตกต่างไปจากเดิม  ซึ่งวิธีการในการมองอนาคตที่ประยุกต์ใช้ ประกอบด้วย  (1) การเขียนภาพอนาคต (Scenario writing)  (2) การสำรวจแบบเดลฟี่ (Delphi survey)  (3) การสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี (Technology road-mapping)  ซึ่งมีวิธีการดังสรุปคือ
         1.  วิธีการเขียนภาพอนาคต (Scenario writing) เป็นการเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ในอนาคต  ซึ่งเป็นการคำนึงถึงเรื่องที่เป็นจริงได้ (Plausible) มิใช่ภาพที่น่าจะเป็น (Expected) หรือที่ควรจะเป็น (Preferred) และเป็นการช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ของแรงผลักดันต่างๆ ที่นำเราไปสู่อนาคต  และช่วยให้เกิดการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน (Uncertainties) เพื่อปรับเปลี่ยนการคุกคามให้เป็นข้อได้เปรียบ  โดยในการเขียนภาพอนาคตนั้น จะต้องมีการศึกษาถึงแนวโน้ม (Trends)  ซึ่งเป็นทิศทางของเหตุการณ์หรือปรากฎการณ์ที่ต่อเนื่องและเราพอจะทราบทิศทางนั้น และแรงผลัก (Drivers)  ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันที่มีผลต่ออนาคตและอาจส่งผลได้ทั้งในด้านลบหรือด้านบวก  ซึ่งปฏิสัมพันธ์ของแนวโน้มและแรงผลักจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างภาพอนาคต
          2.  การสำรวจแบบเดลฟี่ (Delphi survey)  เป็นวิธีการที่ RAND Corporation  ได้พัฒนาและใช้แบบสำรวจเดลฟี่ในช่วงปี 1950  สำหรับการมองอนาคตเทคโนโลยีทางทหารของประเทศสหรัฐอเมริกา  ซึ่งต่อมา แบบสำรวจเดลฟี่ได้ถูกใช้ในการศึกษาแนวโน้มของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  รวมไปถึงด้านสังคมและสาธารณสุข  ซึ่งวิธีการนี้เป็นกระบวนการรวบรวมความคิดเห็นในเรื่องๆ หนึ่งจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ โยงไปกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ไม่อยู่ในสถานที่เดี่ยวกันขณะให้ความเห็น  ทำให้สามารถแสดงความคิดเห็นได้อิสระ  และไม่ถูกชี้นำโดยความเห็นของใครคนใดคนหนึ่ง  ซึ่งความเห็นที่ได้จากการสำรวจอาจนำไปใช้ในการถามซ้ำเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญได้ทบทวนคำตอบของตนโดยพิจารณาคำตอบของผู้เชี่ยวชาญท่านอื่น  ทั้งนี้วิธีการสำรวจแบบเดลฟี่เหมาะสมกับการพยากรณ์หรือมองอนาคตในกรณีที่เรื่องดังกล่าวยังไม่ค่อยมีผู้ศึกษาหรือยังไม่ค่อยมีข้อมูล  ดังนั้นจึงต้องใช้ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งเสนอความเห็นโดยอิสระ  อย่างไรก็ดีวิธีการนี้มีจุดอ่อนเกี่ยวกับการกระตุ้นให้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญกระตือรือร้นที่จะตอบแบบสำรวจ รวมถึงต้องใช้ทรัพยากรและเวลามากในการทำการสำรวจ
          3.  การสร้างแผนที่นำทางเทคโนโลยี (Technology road-mapping) เป็นการมองภาพอนาคตเพื่อจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน โดยเป็นขั้นตอนในการจัดทำในลักษณะของการมองแบบระดับบนลงล่าง (Top-down-projection) ซึ่งเริ่มจากการมองถึงอนาคตของตลาดสินค้าว่าจะเปลี่ยนไปในทิศทางใดและจะมีผลิตภัณฑ์ใดที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว  จากนั้นจึงมองในระดับเทคโนโลยีและงานวิจัยว่าจะต้องมีงานวิจัยในลักษณะใดเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่นำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่จะมีขึ้นในอนาคต  ซึ่งจากการคาดการณ์งานวิจัยจะนำไปสู่การประมาณการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน  (นักวิจัย  เงินทุน  อุปกรณ์และห้องวิจัย)  เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเทคโนโลยีต่อไป/....